วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ปากท้องหรือคุณธรรม

เราเพิ่งผ่านมหกรรมกีฬาสีมาไม่นาน ที่แข่งตั้งนานสองนาน 
แต่ยามหน้าสนามเป็นผู้ชนะครองถ้วย . เฮ้..

ก็ดีเหมือนกัน

ตอนนี้บ้านเมือง..ก็กำลังจะปิดตัวเอง ใช่ไหม 

1 มค. ปีใหม่ 60 นี้ นสพ.บ้านเมืองประกาศปิด

ก็ปิดไป ไอ้ที่เหลืออยู่ ก็คงกำลังตามๆ กันไป ในสภาวะไม่มีโฆษณาอย่างนี้

ตอนนี้ก็ได้อาศัยข่าววัดพอหาทานไปได้ ... เฮ้ออ

ก็ถือว่าวัดช่วยก็แล้วกันนะ  
แม้จะเอาอะไรมาป้ายวัด จนเลอะเทอะ ตามล้างกันไม่ไหวอย่างนี้ ก็ไม่เป็นไรหรอก ทนได้ ขอให้พ่อแม่พี่น้องพวกคุณสื่อทั้งหลาย ไม่อดตาย พอเอาบาปไปแลกข้าวมาทานประทังชีวิตไปพลางๆ ก็แล้วกัน

วันนี้ไปเห็นวีดีโอในยูทูป ขึ้นต้นเรื่องว่า 
"อย่าตัดสินคนด้วยภาพถ่ายเพียงใบเดียว"




ภาพที่เห็น ทหารคนหนึ่งยิงคนที่ถูกมัดมือไปข้างหลังที่ศีรษะ 

คุณรู้ไหมว่า ภาพนี้ทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง... 
คุณเห็นแล้ว คุณรู้สึกเลยใช่ไหม.. 
คุณคิดเลยว่า ใครผิดเลย
ผิดแน่ๆ
ใช่แน่
เลวมากกก

คุณตัดสินทันทีเลยใช่ไหม ว่าใครถูกใครผิด 
คุณตัดสินได้อย่างไง ในเมื่อคุณไม่มีข้อมูลอะไรเลย

คำอธิบายใต้ภาพนี้ คือ February 1, 1968. South Vietnam police chief Nguyen Ngoc Loan shots a young man, whom he suspects to be a Viet Kong soldier.
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1968 .ที่เวียดนามใต้ นายตำรวจชื่อNguyen Ngoc Loan (เหงียน ง๊อค โลน) ยิงที่ศีรษะชายที่จับได้ว่าเป็นทหารเวียดกง

เรื่องราวอย่างย่อคือ

Associated Press Photographer Eddie Adams took this famous picture February 1, 1968 at the same instant that Brig. Gen. Nguyen Ngoc Loan, South Vietnamese national police chief, executed a Viet Cong officer with a single shot.

But photographs like these turned the public against the Vietnam War when they were first shown. Many people were so outraged they started a great Peace Movement. There were huge street demonstrations by American men and women of all ages. But young people have been protesting the loudest. Students held massive demonstrations against the draft. Men as young as nineteen were drafted, or forced into the army. Some protestors got killed.


นักข่าวสงครามชื่อ เอ็ดดี้ อดัมส์ ได้รับรางวัล( พลูลิสเซอร์) จากภาพนี้ 
1 กพ. 1968 นายตำรวจชื่อเหงียนง๊อกโลน หัวหน้าตำรวจแห่งชาติเวียดนามใต้ วิสามัญเจ้าหน้าที่เวียดกง ด้วยกระสุนนัดเดียว

แต่ภาพนี้กลับทำให้ฝูงชน(ชาวอเมริกัน) ต่อต้านสงครามเวียดนาม เกิดการเคลื่อนไหว ของคนทุกเพศทุกวัย ไปตามถนน เกิดการประท้วง การสมัครไปเป็นทหารไปออกรบ และบ้างก็ถูกฆ่าในขณะประท้วง

........

เบื้องหลังของเรื่องราวจริง(ตามที่วีดีโอเล่า)ก็คือ 

เวียดกงคนนี้ นำกำลังทหารเวียดกงใช้รถถัง บุกเข้าไปสถานที่ราชการ ที่มีทั้งข้าราชการ และ ครอบครัวของเจ้าหน้าที่อยู่ รวมทั้งของนายตำรวจท่านนี้ด้วย

ทหารเวียดกงได้ ฆ่าทุกคนที่พบ ร่วมครึ่งร้อย ทั้งผู้ใหญ่ เด็ก คนแก่ ชาย หญิง รวมทั้งครอบครัวของนายตำรวจนี้ มีทั้งภรรยาและลูกเล็กๆ รวมถึงแม่ของเค้าโดยการเชือดคอ

ทหารเวียดนามใต้ ต่อสู้และสามารถจับตัวผู้นำได้ ขณะที่ทำการจับได้นั้น ด้วยความแค้นนายตำรวจท่านนี้ก็ทำตามภาพที่เกิดขึ้น

....

เมื่อภาพนี้ออกไป คนถ่ายรูปนี้ ชื่อเอ็ดดี้ อดัมส์ได้รางวัลพลูลิเซอร์  ภาพนี้ทำให้หนุ่มสาวชาวอเมริกันออกมาประท้วงมากมาย ในที่สุดก็เกิดการส่งทหารอเมริกันมาตายที่เวียดนามนับล้านคน

แม้สงครามจะเลิกไปแล้ว นายตำรวจเหงียน ท่านนี้ ได้ลี้ภัยไปอเมริกา มีครอบครัวใหม่ เปิดร้านพิชชาเล็กๆ แต่เมื่อคนจำเค้าได้ โดยไม่สนใจเรื่องราวก็ขับไล่เค้าออกไป ในที่สุดก็ต้องระเหเร่ร่อน ไปจนวาระสุดท้าย

นายตำรวจฆ่าเวียดกง แต่ ช่างภาพฆ่านายตำรวจ

.......

เป็นอย่างที่คิดไหม
......

หัวหน้าเวียดกงฆ่าครอบครัวนายตำรวจและคนอื่นๆ อย่างโหดเหี้ยม เพราะปัญหาการปกครอง 
นายตำรวจฆ่าหัวหน้าเวียดกงด้วยกระสุนตามหน้าที่ บวกความแค้น 
ผู้สื่อข่าวฆ่านายตำรวจ ด้วยภาพเพื่อปากท้องและชื่อเสียงของตัว



ภาพที่ตอนนี้วัดพระธรรมกายกำลังโดนก็ไม่รู้ว่า วัดจะเล่นเป็นนายตำรวจ หรือ เป็นเวียดกง 
เพราะตั้งแต่ต้นมา วัดไม่ได้ขยับทำอะไรเลย มีแต่เป็นฝ่ายถูกกระทำ 
ถ้าให้เทียบก็คงเป็นว่า ทั้งเวียดนามกับเวียดกง หันมายิงใส่พระวัดพระธรรมกายนั่นแหละ 

โดยมีนักข่าวทั้งหลายคอยจับภาพตอนที่กำลังยิง ให้ชาวบ้านมองเห็นในมุมที่  
วัดนี้สมควรถูกยิงทิ้ง  และถ้ามีตำรวจทหารบาดเจ็บ แมวข่วน เดินสะดุดหัวคว่ำไป เลือดออก ก็คงเพราะวัดนี้มีพลังอะไรสักอย่าง  วัดก็ต้องผิดอีก สมควรถูกยิงทิ้งอีก

เพราะสำนักข่าวก็ต้องอาศัยข่าววัดขายพอประทังชีวิต ครอบครัวนักข่าวไปก่อนพลางๆในช่วงนี้ อันนี้เข้าใจได้ คือเอาครอบครัวตัวเองมาเป็นตัวประกัน ให้วัดเมตตามีเรื่องไปพลางๆ ก่อน

วัดที่สร้างมา 47 ปี แต่สัปดาห์เดียว ลุงตำรวจคนหนึ่งบังคับให้ทุกกรมกองของประเทศนี้มาตั้งข้อหาให้วัดได้ถึง 158 คดี  น่าติดต่อลงกินเนสส์บุคเลคคอร์ดมากเลย คนอะไรช่างเป็นที่รักเสียจริง

มันไม่มีอะไรยืนยงคงอยู่นานนักหรอกนะ เกิดขึ้นตั้งอยู่เสื่อมสลาย คดีความเหล่านี้ก็เช่นกัน มาแบบพิเศษรวดเร็วดั่งสายฟ้า ตั้งอยู่ชั่วคราวแล้วก็ เลิกแล้วกันไป 

แต่สิ่งที่เหลือทิ้งไว้ คือความบอบช้ำของพระพุทธศาสนา ความศรัทธาของประชาชน ความรัก ความเอื้อเฟื้อต่อกันระหว่างภาครัฐและประชาชน 




ภาพที่นักข่าวที่ขาดคุณธรรม ก็ช่วยกันสร้างให้วัดเป็นไปอย่างที่นักข่าวต้องการ ในโลกโซเชียล ก็เกิดภาพตามที่นักข่าวที่ขาดคุณธรรมเหล่านั้น 

แล้วก็ขยายผลโดย พวกเกรียนไซเบลอ ทั้งหลาย วันๆ ไม่ทำอะไร นอกจากหาใครมาเป็นเหยื่อด่า ขยายผล ออกไป

วัดก็ยิ่งดูแปดเปื้อนมากยิ่งขึ้น เหมือนตกลงไปในถังสีย้อมผ้า

ภาพวัดจึงทั้งมืดทั้งดำ ด้วยประการฉะนี้

ดังนั้น ก่อนที่ทุกท่านจะตัดสินใจวัด จากภาพเหล่านี้ ขอท่านผู้มีการศึกษาทั้งหลาย ได้โปรดหยุดคิดสักนิดว่า มันมีความจริงอย่างไรใต้ภาพเหล่านี้ด้วย




วัดปกติก็ช่วยเหลือประชาชน ราชการ โรงเรียน ในเวลาที่มีปัญหาใหญ่ๆ แต่ถึงคราววัดมีปัญหาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่วนราชการกลับไม่ยืนหยัดบนความถูกต้อง

ก็น่าเห็นใจภาคส่วนงานที่เคยพึ่งพาอาศัยกัน ไม่ทำก็โดนบีบจากผู้มีอำนาจโดยมีตำแหน่งหน้าที่เป็นเดิมพัน ทำก็ฝืนมโนธรรม  ถ้าท่านทั้งหลายรู้สึกอย่างนี้ ก็ให้เลือกทำตามมโนธรรมเถิด เพราะจะได้ไม่ต้องตามด่าว่าตัวเองไปตลอดชีวิต

ถ้ามาผิดช่อง ถึงต้องออกจากราชการ ถึงเอาไปติดคุกตาราง ก็ให้มันรู้ไปว่าคนที่ยืนบนความถูกต้องในโลกนี้ยังมีอยู่ 
อยู่ก็ให้อยู่อย่างวีรบุรุษ แม้ตายก็ตายเยี่ยงวีรบุรุษ เถิด
แต่ให้เป็นวีรบุรุษกองทัพธรรม ที่ยืนบนความเที่ยงตรง ไม่ใช่ยืนบนความโกรธ เกลียด กลัว หรือโง่เขลา 



ดูอย่างพ่อเฒ่าแม่เฒ่า ที่ท่านมาสวดมนต์ที่วัด แม้อยู่เหนือใต้ออกตกแค่ไหน พอรู้ว่าวัดที่ท่านได้เคยอาศัยสร้างบารมีนี้ ถูกกลั่นแกล้ง ลำบากอย่างไร ก็มากันล้นวัด 

ท่านทั้งหลายที่มีหน้าที่ตำแหน่ง ขอจงได้โปรดหยุดคิด พิจารณาให้ดี
พระ เณร พ่อเฒ่าแม่เฒ่าเลือกคุณธรรมแทนปากท้อง  
สื่อเลือกปากท้องแทนคุณธรรม
พวกท่านจะเลือกอะไร
ขอพลังความดี จงสถิตย์ในใจ ของท่านทั้งหลาย

แล้วตัดสินใจให้ถูกต้องตามมโนธรรมในใจ

วิ. 17 ธันวา 59


แหล่งที่มาของเรื่อง https://youtu.be/7d-bJtRTW3Q