วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559

สรุปปฐมบท

วันนี้อ่านบทความที่เค้าเขียนๆ กันในเฟดบุค เจอคนนี้เขียน หรือ เอามาจากไหนก็ไม่ทราบ แต่ว่าอ่านแล้วรู้สึกกระจ่าง เปรียบเทียบได้ดี ไม่อยากให้หายไปกับกาลเวลา นำมาเก็บไว้

ความว่า
...............................


Echo Zane นี่คือสิ่งที่
จะเอาหลวงพ่อและวัด.
..ผิดให้ได้ !! ใช่หรือไม่..

กรณีที่ 1 - ธนาคารแห่งหนึ่ง
เปิดตัวด้วยสมาชิก 5,000 คน
ใช้เวลา 4 ปี ทำการตลาดหาสมาชิกเพิ่ม
เปิดได้ 130 สาขา แต่หลังจากนั้นพบว่า
ขาดทุนไป 100 กว่าสาขา
มีเพียง 28 สาขาที่ไม่ขาดทุน

ปี 2558 ขาดทุนสะสม 2 หมื่นล้านบาท
ปี 2559 มีหนี้เสีย 4.7 หมื่นล้านบาท
คิดเป็น 43.7 % หรือเกือบครึ่งของสินเชื่อทั้งหมด

รัฐบาลสั่งให้กระทรวงการคลัง
ตั้งบริษัทรับโอนหนี้เสียทั้งหมด
เกือบ 5 หมื่นล้านบาท มาบริหารจัดการเอง
และมอบกองทุนช่วยเหลือเกือบ 3 พันล้านบาท
โดยมีกระทรวงการคลังกำกับดูแล 100 %

กรณีที่ 2 - สหกรณ์แห่งหนึ่ง
มีฐานสมาชิกที่มั่นคง 53,000 คน
เปิดมานานกว่า 33 ปี
มีทุนดำเนินการ 21,000 ล้านบาท
แต่การบริหารจัดการมีปัญหาภายใน
ทำให้เกิดขาดสภาพคล่อง

ต้องการวงเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล
ประมาณ 12,000 ล้านบาท
จะช่วยให้กิจการฟื้นฟู
1. สหกรณ์รอดพ้นปัญหาขาดสภาพคล่อง
2. ประชาชนหายร้อนใจ ทำธุรกรรมได้ตามปกติ
3. สหกรณ์ทั่วประเทศที่ให้ยืมเงินมา
รอดพ้นจากความเสี่ยงหนี้สูญ ล้มละลาย

แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใด
สหกรณ์แห่งนี้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ
จากรัฐบาลแม้แต่บาทเดียว ทั้งที่มีความเสี่ยงน้อยกว่ามาก

เหตุใดวิธีการช่วยเหลือสถาบันการเงิน 2 แห่งนี้
ของรัฐบาลจึงมีความแตกต่างกันเหลือเกิน

กรณีแรกทำไมถึงลงทุนอุ้มหนี้เสีย
แต่กรณีที่สองทำไมถึงช่วยเหลือช้า
แถมยังปล่อยให้ดีเอสไอมาโยนความผิด
ให้วัดพระธรรมกายเป็นผู้ทำความเสียหายแก่สหกรณ์อีกด้วย

ทั้งที่จริงแล้ว วัดพระธรรมกายต่างหาก
ที่กำลังแบกภาระอุ้มสหกรณ์แทนรัฐบาลอยู่ในขณะนี้
แถมยังถูกดีเอสไอตั้งข้อหาฟอกเงินและรับของโจรอีกด้วย

จากทั้งสองกรณีที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้สงสัยว่า
1. อะไรคือหลักเกณฑ์ให้ความช่วยเหลือ
สถาบันการเงินที่กำลังเดือดร้อนของรัฐบาล

2. อะไรคือหลักเกณฑ์การใช้กฎหมายกับประชาชน
ที่ไม่ใช่ผู้กระทำความผิด แต่ต้องมาแบกรับปัญหาแทนรัฐบาล

3. อะไรคือหลักเกณฑ์การติดตามเงินของเจ้าหน้าที่รัฐ
ทำไมถึงทิ้งเงิน 90 % ของสหกรณ์ ที่ยังไม่ได้คืน
แต่มาติดตามเงินเพียง 10 % ที่เจ้าทุกข์ถอนฟ้องไปแล้ว

4. วัดพระธรรมกายอยู่ในฐานะผู้รับบริจาคอย่างเปิดเผย
ไม่รู้ที่มาของเงิน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารสหกรณ์
เหตุใดจึงมาโยนความผิดทั้งหมดให้วัดพระธรรมกาย

5. อีก 3 ปี คดีสหกรณ์ก็จะหมดอายุความแล้ว
เหตุใดเจ้าหน้าที่รัฐไม่เร่งติดตามเงินที่เหลืออีก 90 %
เหตุใดรัฐบาลไม่รีบช่วยเหลือฟื้นฟูกิจการของสหกรณ์
เหตุใดไม่ห่วงใยสถานการณ์หนี้สูญเป็นโดมิโน่
ของสหกรณ์ทั่วประเทศ (ซึ่งวงเงินไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท)

6. วัดพระธรรมกายต้องแบกรับปัญหาสหกรณ์
แทนรัฐบาลและดีเอสไอ แต่เพียงผู้เดียวไปอีกนานแค่ไหน
ทั้งที่ความเสียหายของสหกรณ์นั้น
ไม่ได้เกิดจากวัดพระธรรมกายแม้แต่นิดเดียว


ที่มา..https://www.facebook.com/nationweekend/posts/10154638782320211?comment_id=10154640534050211&comment_tracking=%7B%22tn%22%3A%22R9%22%7D