วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บรรจบ บรรณรุจิ ถาม #คนรังแกพระ

"ทำไม หลวงพ่อธัมมชโย  จึงไม่มอบตัว ?
คำถามที่ผมไปตอบทาง TNN 24 เมื่อคืน
วันศุกร์ที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙"

+×÷=+×÷=

@  หลวงพ่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ หรือที่สื่อสารมวลชนเรียกกันว่า
"สมเด็จเกี่ยว" ได้แสดงความเห็นไว้ก่อนมรณภาพว่า เรื่องของวัดพระธรรมกายหากแก้ไขตรงจุดจะยุ่งมาก  เพราะจะถูกโยงไปเกี่ยวข้องกับกิจการทางพระพุทธศาสนาด้านต่างๆ

@ ถึงบัดนี้ผมจึงเข้าใจว่า สมเด็จมีความแหลมคม  แม้จะชราภาพวัยถึง ๘๔ เศษ
ก็ยังห่วงใยพระศาสนา  โดยเฉพาะสถานการณ์ของวัดพระธรรมกาย  ซึ่งหวาดเสียวมาตลอด  เพราะมีกิจกรรมหรืองานใหญ่มาต่อเนื่อง  ตั้งแต่บวชพระเป็นพันเป็นหมื่นรูป  ซึ่งเป็นการบวชที่ไม่เคยมีบนแผ่นดินไทยมาก่อน  มีการทอดกฐินได้เงืนบริจาคมาเป็นพันๆล้านบาท  ซึ่งไม่เคยมีวัดไหนทำได้  มีการบวชอุบาสิกาแก้วแสนคน ซึ่งก็ไม่มีที่ไหนทำได้อีก  อีกทั้งการเผยแพร่และการหาทุนก็ทำกันอย่างอุตสาหะต่อเนื่อง มีรายได้มาสนับสนุนกิจกรรมของวัดเป็นล่ำเป็นสัน

   พระวัดธรรมกายหลายรูปได้ไปต่อต่างประเทศในมหาวิทยาระดับโลกก็ด้วยทุนพวกนี้  เช่น เมตตานันโท ภิกขุ จบแพทยศาสตร์จากจุฬา ฯ ก็มาบวชและป็นลูกรักของหลวงพ่อธัมมชโย ถึงขนาดหลวงพ่อส่งไปเรียนที่มหาวิทยาลัยดังในอังกฤษและสหรัฐ  จนกระทั่งจบและมีโอกาสเดินทางไปแสดงความรู้ทั่วโลก

  ตอนผมไปญี่ปุ่นเจอ ดร.คนหนึ่ง เชื้อสายญี่ปุน-อเมริกัน ถามถึงผมว่า Do you know Venerable Mettanando ?  (รู้จักท่านเมตตานันโทไหม ?)  เมื่อผมรับว่า รู้จัก  เขาก็เปิดเผยตัวเองและชื่นชมท่านมากว่าเก่งมีความสามารถ และสุดท้ายเขาก็บอกว่า พวกผมเรียกท่านว่า  APARTMENT MONK  เพราะท่านชอบอยู่อพาร์ทเมนต์

@ พระคุณเจ้ารูปนี้ ปัจจุบันสึกแล้ว ท่านบอกผมว่า ที่สึกเพราะไม่มีวัดอยู่ ....พวกเรารู้จักท่านในนาม นายแพทย์  มโน  นามสกุลท่านผมลืม  ท่านผู้นี้สึกมาแล้วก็สมัครเข้าทำงานการเมืองเสนอตัวเข้าสมัคร สส.พรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ผ่านการเลือกตั้ง ในที่สุดก็ไปรับราชการเป็นอาจารย์ใน ม.ธรรมศาสตร์
แต่ท่านยังป้วนเปี้ยนอยู่กับงานการเมืองจนกระทั่งได้แต่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการปฏืรูปกืจการพระศาสนา  ซึ่งตอนแรกดูเหมือนจะเข้าไปจัดการคณะสงฆ์ในภาพรวมตั้งแต่เก็บภาษีพระเณร  ภาษีวัด และลุกลามไปถึงขั้นจะยุบมหาเถรสมาคม งานนี้มีตัวโชว์สื่ออยู่คนเดียว คือ ไพบูลย์  นิติตะวัน  แต่เบื้องหลังมีเพียบเลยทั้งพุทธอืสระและอีกหลายคน และที่ขาดไม่ได้คือ คุณหมอมโน อดีตศิษย์รักของหลวงพ่อธัมมชโย  ผู้ใช้ชีวิตพระมานานถึง ๒๕ พรรษา ถือว่าอยู่ในขั้นมหาเถระ (พระผู้ใหญ่)

@ มีการประเมินกันว่า หลวงปู่พุทธอิสระ ไพบูลย์ นิติตะวัน และคุณหมอมโน ทำงานเข้าขากันดี  การที่คณะปฏิรูปเบนเข็มจากคณะสงฆ์ในภาพรวมมาลงที่หลวงพ่อวัดปากน้ำและวัดพระธรรมกายก็น่าจะมี "การตั้งธง" มาแล้ว แต่มองไม่ออกว่าใครเป็นเจ้าของธงหรือสั่งทำธง  ทว่าเท่าที่พอมองเห็นคือ ทำให้การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ล่าช้าและอยู่ในสภาพสุญญากาศจนป่านนี้ยังมองไม่ออกว่าจะเป็น "อสุญากาศ" เมื่อไร  ทั้ง ๓ ท่านนี้จึงน่าจะมีบทบาทสำคัญ  ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ถือว่าเป็นกรรมของพ่อธัมมชโย ที่เลี้ยงลูกศิษย์ถึงได้กล้าแข็งขนาดนี้

@ มีเสียงแว่วมาว่า  หากจะให้ตั้งสมเด็จวัดปากน้ำเป็นสังฆราช  ต้องจัดการธัมมชโยก่อน  หากจัดการไม่ได้ หรือไม่ยอมจัดการ ก็เป็นหลวงตาช่วงต่อไป...เสียงแว่วนี้ไม่ดัง แต้ได้ยินแล้วน่ากลัว  และเชื่อได้ว่าจะป็นจริง

@ ผมไม่สนใจว่า สมเด็จวัดปากน้ำจะเป็นอะไร  ถึงอย่างไรท่านก็ยังน่าเคารพ เพราะเมตตาธรรมที่สมเด็จช่วงหลั่งไหลไปสู่สาธารณะนั้นมันยิ่งใหญ่มีค่ามากกว่ากว่าราคารถหรูแค่ไม่กี่ล้าน

@ แต่ที่สนใจ คือ ทำไมจึงมีการมองวัดพระธรรมกายว่าเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ ? ซึ่งน่าจะชี้แจงให้ชัดว่า อันตรายต่อความมั่นคงด้านไหน ?  แต่ทีศาสนสถานของบางศาสนาที่สร้างไว้ตามตะเข็บชายแดนเพื่อผ่องถ่ายผู้คนของศาสนาเขาที่มาอย่างผิดกฏหมายให้กลายเป็นถูกกฎหมาย (จะเรียกว่า ฟอกคน ก็น่าจะได้)   กลับมองไม่เห็นว่าเป็นความมั่นคง   เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่เป็นพุทธหนักใจมาก  แต่คนมีอำนาจในสภาความมั่นคงกลับมองไม่เห็น ...น่าฉงน !

@ การตั้งธงให้วัดพระธรรมกายเป็นภัยค่อความมั่นคงน่าสนใจ ? ที่น่าสนใจไปกว่านั้น ทำไมฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการนำธงไปปักให้วัดพระธรรมกายจึงกระตือรือร้นที่จะปักธงให้ได้  ? มีอะไรผลักดัน ? หรือมีอะไรเป็นแรงจูงใจ ? กระตือรือร้นจนลืมว่า พวกเขาควรต่อพระในพระพุทธศาสน่อย่างไร ? หากพวกเขาไม่ใช่พุทธก็ควรมีมารยาทต่อพุทธ หรือหากเป็นพุทธ แล้วทำไมจึงกล้าทำร้ายกับบุคคลากรในพระพุทธศาสนาอย่างนั้น

@ หากจะมองว่า หลวงพ่อธัมมชโยไม่เป็นพระแล้วตามข้อหาที่ DSI ตั้ง ก็ต้องถามว่า ยุติได้แล้วหรือ ? อย่าลืมว่า พระสงฆ์นั่น ยังมีกฏหม่ายอีก ๒ ฉบับ ที่ต้องใช้ตัดสินท่าน  คือ พระราชบัญัติคณะสงฆ์ ที่รัฐบาลสมัยจอมพลสฤษฎิ์ ร่างไว้ให้กับ พระธรรมวินัยในพระไตรปิฎกที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ ซึ่งพระวินัยบาง
สิกขาบทก็เข้ากับหมายทางบ้านเมืองได้สนิท แต่บางสิกขาบทก็ลึกซึ้งกว่ากฏหมาย  เชื่อไหมครับว่า อย่างการลักทรัพย์นี่  หากลักได้สำเร็จ คือ มีของมาอยู่ในการครอบครองของผู้ลักแล้วก็ถือว่า ทำผิดแล้ว  แต่ของพระ แม้การลักจะสำเร็จแล้ว แต่ยังไม่สามารถปรับเป็นปาราชิกได้  เพราะต้องไปดูว่า เจ้าของเขายังมีเยื่อใยในของอยู่ไหม ? ถ้ามี ตัวนีเแหละยังคุ้มครองให้พระยังไม่เป็นปาราชิก  แต่ถ้าหมดเยื่อใย พระก็ต้องเป็นปาราชิกทันที
    ดังนั้น ทางออกก็คือ ต้องเอากฏหมายของบ้านเมือง กับ พระวินัยของพระพุทธเจ้ามาเทียบกันดู  ส่วรการขาดจากความเป็นพระหรือไม่ต้องยึดพระวินัยเป็นหลัก  ไม่ใช่เป็นเพราะกฏหมายของรัฐหรือโซเชียลเนตเวอร์คตัดสิน

@ แล้วทำไมไม่มามอบตัว ?  จึงอยากถามว่า การปฏิบัติการต่อผู้ถูกกล่าวหา โดยเฉพาะพระสงฆ์มีการทำย่างเหมาะสมแล้วหรือยัง ?  DSI ให้ความมั่นใจในการต่อสู้คดีแบบยุติธรรมแก่ผุ้กล่าวหาได้แค่ไหน ?  เพราะวันนี้สังคมไทยยังคลางแคลงใจในการตัดสืนคดีความของกระบวนการยุติธรรม  เนื่องจากหลายความผิดไม่น่ารอดก็รอด  แต่หลายคดีหาความผิดไม่ได้ก็ไม่รอด เพราะตรรกอิสระของท่าน

@ ผมว่า ประด็นนี้แหละ น่าจะป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ หลวงพ่อธัมมชโย ไม่ไปมอบตัว ....ผมเสนอไว้เล่นๆนะ.

https://www.facebook.com/banjob.bannaruji/posts/991524237629524